เลอเวือะ

เลอเวือะ

เลอเวือะ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีภาษาพูดอยู่ในกลุ่มตระกูลออสโตรเอเชียติก ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตเทือกเขาถนนธงชัยกลางระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ชาวเลอเวือะมีวิถีชีวิต วัฒนธรรม และ ภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญ
จัดทำโดย: 
บัวฉัฐ วัดแ้ยม

เลอเวือะ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีภาษาพูดอยู่ในกลุ่มตระกูลออสโตรเอเชียติก ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตเทือกเขาถนนธงชัยกลางระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ชาวเลอเวือะมีวิถีชีวิต วัฒนธรรม และ ภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญ เช่น ระบบการทำเกษตรกรรม ระบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึง ประเพณี พิธีกรรม วัฒนธรรม และความเชื่อ เป็นของตนเอง

ชุมชนเลอเวือะป่าแป๋ เป็นชุมชนเก่าแก่ที่ตั้งมานานมากจนไม่สามารถจำได้ว่านานเท่าใด และเคลื่อนย้ายมาจากแห่งใด แต่เดิมคนเลอเวือะเชื่อว่าเคยมีถิ่นฐานอยู่ใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งพบว่าคนรุ่นเก่าจะมีเรื่องเล่าที่คล้ายคลึงกัน เช่น คนเลอเวือะเคยมีเมืองอยู่ที่เชียงใหม่ (เรียกตามภาษาเลอเวือะว่า เวียงชวงมาง) ซึ่งมีลักษณะเป็นเมืองมีคูอยู่รอบ ๆ ซึ่งคูรอบเมืองมีชื่อว่า “คือ” รวมทั้งยังเคยมีหลาบทา (เรียกตามภาษาเลอเวือะ) หรือเรียกว่าตราสารหลาบเงินเก็บไว้คล้ายบ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ แต่ได้ถูกไฟไหม้ในเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ จนผู้คนอพยพไปอยู่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งหลาบทานี้จะเปิดดูแต่ละครั้งจะต้องเลี้ยงด้วยสุกร

นอกจากนั้นยังพบเสาหลักเมืองหรือเสาสกั้งตามชุมชนเลอเวือะต่าง ๆ ในเขตเทือกเขาถนนธงชัยกลาง ตั้งแต่เขต อ.แม่แจ่ม อ.แม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง ซึ่งมีชุมชนเลอเวือะไม่น้อยกว่า 10 ชุมชนตั้งอยู่ ซึ่งต่างเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับเสาอินทขิลในวัดเจดีย์หลวงจังหวัดเชียงใหม่

สำหรับการเคลื่อนย้ายมาอยู่ตามป่าเขาของชาวเลอเวือะนั้น ยังไม่พบร่องรอยหรือหลักฐานเด่นชัดบ่งบอกถึงเส้นทางการเคลื่อนย้าย แต่มีหลักฐานที่ชาวกะเหรี่ยงพบว่าเป็นร่องรอยชาวเลอเวือะคือการพบกล้องยาสูบ การพบอิฐเผาซากเจดีย์เก่า ในตำบลห้วยปูลิงที่บ้านห้วยฮี้น้อย และบ้านขุนวง ตำบลแม่เหาะ อย่างไรก็ตาม ชาวเลอเวือะบ้านป่าแป๋ซึ่งเป็นชุมชนอยู่ทางใต้สุดของชาวเลอเวือะในเขตเทือกเขาถนนธงชัยกลางได้พบหลักฐานการเคลื่อนย้ายไปมาในละแวกนั้น ดังนี้

เดิมทีว่ากันว่าอยู่ทางทิศเหนือของชุมชนปัจจุบันระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ซึ่งดอยสูงลูกนั้นตามภาษาเลอเวือะว่า “ทูยวงไพรม” แปลว่า ดอยบ้านเก่า หรือเรียกอีกอย่างว่า “ทูตะไนญ” ซึ่งปัจจุบันอยู่ติดกับโรงเรียนบ้านห้วยฮากไม้เหนือ ส่วนของใช้สำหรับนำมาประกอบพิธีกรรมซึ่งจะเป็นพวกไห จะเก็บรักษาไว้ที่ป่าดงต่ำลงมาประมาณ 1 กิโลเมตร เรียกป่าดงนั้นว่า “ฆวตโกลงนอง” ซึ่งป่าดงนั้นปัจจุบันอยู่ติดเส้นางไปบ้านห้วยฮากไม้เหนือ

จากนั้นมีการเคลื่อนย้ายต่ำลงมาตามสันเขายาว ที่มีชื่อเรียกกันมาว่า “ทูยวงกัว” ปัจจุบันเป็นทางรถตามสันเขายาว และพบหลักฐานที่เป็นป่าช้าเก่าที่อยู่ถัดลงมาทางทิศตะวันตก ระยะทางจากสันเขานั้นประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่ฝังศพในขณะนั้นที่ตั้งชุมชนอยู่บริเวณนั้น (เพราะชาวเลอเวือะมีประเพณีการส่งศพ ที่ต้องห่อข้าวและเหล้าพร้อมไก่เผือก 1 ตัว สำหรับผู้อาวุโสที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งหากคิดดูแล้วเหตุผล คือระยะทางไกล ทำให้ต้องใช้ระยะเวลานาน และปัจจุบันยังคงสืบทอดอยู่ แต่ว่าเปลี่ยนเป็นเงินแทน) จากนั้นถัดลงมาประมาณ 500 เมตร พบลานกว้างที่มีชื่อว่า ดอยสามปี ซึ่งคงตั้งชุมชนอยู่ ณ ที่นั้น 3 ปี จนมาถึงสองฟากฝั่งลำน้ำปัจจุบัน

จากการสังเกตพบว่า ที่ตั้งชุมชนจะเป็นเขาสูงมาก ซึ่งมีเหตุผลว่าการตั้งบนเขาสามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยใช้ฆ้องใหญ่ หรือที่ชาวเลอเวือะเรียกว่า โมง หากมีเหตุการณ์ต่าง ๆ สามารถติดต่อชุมชนเลอเวือะท่ตั้งอยู่อีกเขาหนึ่งด้วยการตีฆ้องบอกข่าวต่าง ๆ กัน
 

 

อ้างอิง

ประพันธ์  จันทร์ยวงและคณะ. (2557). รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการฟื้นฟูเลอซอมแ’ล เลอเวือะ. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น.

ประเสริฐ แปงมูลและคณะ. (2553). โครงการรูปแบบการจัดการศึกษาแบบทวิภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 10 หมู่ 3 ต.ป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น.

ภาษาและวัฒนธรรม
กลุ่มผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
LangArchive-TH
หมวดหมู่
พจนศิลป์
สรุป
บทกวีเลอซอมแ’ล เลอเวือะ ภาคที่ 1 เลอ ซอม กาม คู-อิฮ (ความอยาก ความปรารถนา ความใฝ่ฝัน): บทฝ้ายคนเมืองและบทปรารถนา
กลุ่มผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
LangArchive-TH
หมวดหมู่
เรื่องเล่า
สรุป
เรื่องเล่าคติสอนใจคนในครอบครัว หรือคู่สามีภรรยาเมื่ออยู่ร่วมกันแล้วต้องปรองดองกัน
กลุ่มผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
LangArchive-TH
หมวดหมู่
เรื่องเล่า
สรุป
นิทานพื้นบ้านของชาวเลอเวือะ ที่กล่าวถึงเด็กกำพร้าจอมขี้เกียจกับพญาเจ้าเมืองจอมละโมบ โดยมีคติสอนใจ ว่าจงยินดีในสิ่งที่ตนมีอยู่และไม่อยากได้ของผู้อื่น จนนำเรื่องเดือดร้อนมาสู่ตน
กลุ่มผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
LangArchive-TH
หมวดหมู่
เรื่องเล่า
สรุป
นิทานเรื่อง สานกระบุง เป็นเรื่องเล่าของชาวเลอเวือะ มีคติสอนคนในครอบครัวให้ดูแลซึ่งกันและกัน หากอยากได้รับการปฏิบัติที่ดี ต้องรู้จักทำดีกับผู้อื่นก่อน หากคิดร้ายหรือทำลายผู้อื่น ผลการปฏิบัตินั้นก็จะย้อนสู่ตนเช่นกัน
กลุ่มผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
LangArchive-TH
หมวดหมู่
เรื่องเล่า
สรุป
นิทานเรื่อง สองพี่น้อง เป็นนิทานก่อนนอนของชาวเลอเวือะ ที่แสดงให้เห็นความกตัญญูของลูกที่มีต่อพ่อแม่ ในทางกลับกันก็แสดงให้เห็นว่าผู้เป็นพ่อแม่ก็ควรมีความเมตตากรุณาต่อลูกเช่นกัน
กลุ่มผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
LangArchive-TH
หมวดหมู่
เรื่องเล่า
สรุป
นิทานเรื่อง สองผัวเมีย เป็นเรื่องเล่าของคนมีดวงเรื่องโชคลาภของชาวเลอเวือะ โดยเชื่อว่าหากโชคลาภตกแก่ผู้ใดก็จะเป็นของคนนั้น แม้ไม่ต้องขวนขวายก็จะได้มา ซึ่งหากคนไม่มีดวงเรื่องโชคลาภแล้วพยายามเท่าใดก็จะไม่พบเจอเช่นกัน
กลุ่มผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
LangArchive-TH
หมวดหมู่
เรื่องเล่า
สรุป
ตำนานผีกะคอขาด เป็นตำนานที่สอนหลักการดำเนินชีวิตคู่ให้ชาวเลอเวือะอยู่แบบผัวเดียว เมียเดียว และไม่แต่งงานกับพี่น้องของตนเองหรือคนในตระกูลเดียวกัน หากฝ่าฝืนก็จะเป็นผีกะทั้งผัวทั้งเมีย ชาวบ้านจะพากันรังเกียจและขับไล่ออกจากหมู่บ้าน
กลุ่มผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
LangArchive-TH
หมวดหมู่
เรื่องเล่า
สรุป
นิทานเรื่อง วิดน้ำหาปลา เป็นนิทานที่ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวเลอเวือะเล่าให้เด็ก ๆ ฟังก่อนนอนหรือยามว่าง เนื่องจากมีตัวละครหลักเพียง 2 ตัว เป็นเรื่องขนาดสั้น มีความตลกขบขัน และสอดแทรกคติสอนใจ สอนให้ไม่เห็นแก่ตัวและรู้จักแบ่งปันแก่เพื่อนมนุษย์
กลุ่มผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
LangArchive-TH
หมวดหมู่
เรื่องเล่า
สรุป
นกฮูกนั่งบนหัวช้าง เป็นนิทานขนาดสั้น ที่ชาวเลอเวือะเล่าให้ลูกหลานฟัง นิทานได้แสดงให้เห็นถึงความฉลาด ไหวพริบในการแก้ปัญหา และการเอาตัวรอด
กลุ่มผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
LangArchive-TH
หมวดหมู่
เรื่องเล่า
สรุป
ลูกกำพร้าบนดวงจันทร์ เป็นนิทานพื้นบ้านของชาวเลอเวือะ ที่แสดงให้เห็นความรัก ความผูกพันของแม่ที่มีต่อลูกอย่างลึกซึ้ง ทั้งยังแสดงให้เห็นความเชื่อเรื่องผีกะ วิถีชีวิต ธรรมชาติ รวมถึงโลกทัศน์และจินตนาการของชาวเลอเวือะผ่านนิทานพื้นบ้าน