เรื่องเล่า หมาป่าเนรคุณ

สรุป: 
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หมาป่ายังไงก็เชื่อถือไม่ได้ หากคนใจดีช่วยเหลือไว้ ภายหลังอาจถูกเนรคุณได้
รายละเอียด: 

สมัยก่อนมีคนบัณฑิตคนหนึ่งชื่อ “ตุงกว๋อ” เขาขี่ลาเดินทางพร้อมตำราหอบใหญ่ไปเมืองหลวงเพื่อหางานทำเป็นข้าราชการ เมื่อเดินทางผ่านภูเขาที่ชื่อว่า “จงซาน” ซึ่งเป็นภูเขาลูกที่ใหญ่ลูกหนึ่ง บนภูเขามีต้นไม้และสัตว์ป่ามากมาย วันนั้นพอดีมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่พาลูกน้องไปล่าสัตว์กันมากมาย ข้าราชการผู้นี้เป็นคนที่มีอิทธิพลมากคนหนึ่ง 

มีหมาป่าตัวหนึ่งถูกไล่ล่ามาจนพบกับ ตุงกว๋อ  หมาป่าจึงตะโกนให้ ตุงกว๋อช่วย หมาป่าขอร้องว่าให้ตุงกว๋อ เปิดถุงหนังสือให้หมาป่าเข้าไปซ่อนตัว ตุงกว๋อเป็นคนใจดี จึงรีบเปิดกระเป๋าเอาหนังสือออกมาเพื่อให้หมาป่าเข้าซ่อน แล้วใส่หนังสือเข้าไป พอพวกที่ล่าสัตว์ตามมาถึงมองไม่เห็นหมาป่า จึงผ่านเลยไปข้างหน้า พอพวกที่ล่าสัตว์ผ่านไปแล้ว ตุงกว๋อ จึงปล่อยให้หมาป่าออกมา นึกไม่ถึงว่า พอหมาป่าออกมาก็ทำท่าจะกระโจนใส่เขา แยกเขี้ยวให้เห็นฟัน ว่าหมาป่ากำลังหิวจะตายแล้ว ในเมื่อคุณช่วยชีวิตเราตั้งแต่แรก แล้วควรช่วยเราอีกครั้ง จะได้ช่วยให้ถึงที่สุด ไม่งั้นเขาจะตาย ตุงกว๋อก็ตกใจพูดไม่ออก  ตอนหลังเขาก็คิดวิธีขึ้นได้ว่า ตามธรรมเนียมของเรา ถ้ามีเรื่องที่ทะเลาะกัน ต้องเชิญผู้เฒ่าที่มีคนนับถือ 3 คนที่มีคนนับถือมาตัดสินว่าใครถูกใครผิด หมาป่าก็ยอมรับข้อแม้ โดยให้ไปหาคนเฒ่าคนแก่มาตัดสิน ตุงกว๋อกับหมาป่าจึงเดินทางไปหาผู้เฒ่า ในระหว่างทาง เดินไปนั้นก็พบต้นไม้ใหญ่ (ต้นผลไม้ที่แก่แล้ว ไม่มีผลแล้ว) ริมทาง หมาป่าเสนอว่าให้ถามต้นไม้ต้นนี้ เพราะเป็นต้นไม้ที่แก่แล้ว (เทียบเท่าผู้เฒ่า) ตุงกว๋อไม่ยอม บอกว่า ต้นไม้ไม่รู้เรื่องอะไร เพราะไม่มีสมอง จะไปรู้ได้อย่างไร หมาป่าบอกว่าถ้าไม่ถามจะกิน ตุงกว๋อ ทันที ตุงกว๋อ  จึงต้องยอม ต้นไม้จึงให้ ทั้งสอง เล่าเรื่องให้ฟัง ต้นไม้บอกว่า สมัยที่เขายังเป็นหนุ่ม หมายถึงเขาสามารถมีผลให้เจ้าของสวนกิน และเจ้าของยังนำผลไปขายที่ตลาดได้เงินมาเลี้ยงครอบครัว แต่เวลานี้ฉันแก่แล้ว ไม่มีผลให้แล้ว ก็มาตัดกิ่งก้านของฉันไปใช้ประโยชน์ แม้กระทั่งลำต้นก็จะขายให้กับช่างไม้ไปทำเฟอนิเจอร์ เช่นเดียวกัน หมาป่าก็ควรกินมนุษย์ เพราะเห็นว่าสิ่งใดที่เป็นประโยชน์แก่ตนก็ควรทำ หมาป่าได้ยินดังนี้ก็จะตะครุบ ตุงกว๋อกิน ตุงกว๋อก็กระโดดหนี แล้วพูดว่า เดี๋ยวก่อน เราเพิ่งถามได้คนเดียว ยังไม่ครบสามคน เขาทั้งสองจึงเดินทางต่อไป ครั้งนี้ไปเจอควายแก่ ก็เล่าเรื่องให้ฟัง ควายแก่ก็เล่าเรื่องของตัวเองว่า เมื่อก่อนที่ควายยังมีแรงก็ทำงานให้ชาวนา มีอะไรก็ต้องช่วยเจ้าของทำงาน เดี๋ยวนี้แก่แล้วไม่มีแรงแล้ว เจ้าของก็คิดจะฆ่าเขาเอาเนื้อไปขาย ก็เช่นเดียวกัน ที่ ตุงกว๋อจะเสียสละชีวิตให้หมาป่า หมาป่าได้ฟังดังนั้นก็จะกินตุงกว๋ออีก พอดีมีคนแก่คนหนึ่งเดินผ่านมาเจอเข้า ตุงกว๋อก็ดีใจมาก คุกเข่าลงขอความช่วยเหลือ คนแก่คนนั้นก็ขอให้เล่าเรื่องให้ฟัง แล้วคนแก่จึงพูดกับหมาป่าว่า คนดีจะต้องช่วยเหลือให้ถึงที่สุด ก็เป็นเรื่องจริง แต่หมาป่าก็บอกว่า ตุงกว๋อก็เคยทำให้หมาป่าเกือบตายตอนที่ให้เข้าไปในถุงหนังสือ เขาลำบากมาก ผู้เฒ่าก็บอกว่า ไหนลองทำให้ดูอีกครั้งได้ไหม เพราะว่ายังไม่เคยเห็นเลยว่าเจ้าได้รับความทรมานแค่ไหน หมาป่าตอบว่า “ได้สิ ข้าจะทำให้ดูอีกครั้ง” เมื่อหมาป่าเข้าไปในถุงอีกครั้งหนึ่ง ผู้เฒ่าจึงมัดถุงนั้นไว้ไม่ให้หมาป่าออกมาอีก แล้วถาม ตุงกว๋อว่า มีมีดไหม  ตุงกว๋อ ตอบว่า “มี” แต่ท่านจะเอาไปฆ่าหมาป่าเหรอ ไม่รุนแรงเกินไปเหรอ ผู้เฒ่าท่านนี้ จึงบอกว่า หมาป่าตัวนี้เนรคุณกับท่านขนาดนี้แล้วท่านยังใจดีกับมันอีกเหรอ ทำไมท่านถึงได้โง่ขนาดนี้ พอพูดเสร็จ ผู้เฒ่าก็ลงมือฆ่าหมาป่า แล้วเอาไปทิ้ง
 

ตำแหน่งที่ตั้ง: 
รายละเอียดตำแหน่งที่ตั้ง: 

99/7 พระปิ่นเกล้า บางกอกน้อย กรุงเทพมหานครฯ